ท่านผู้อำนวยการ สุนันทา ศุภนีละ โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น เจ้าของแนวคิดและวลี “ครูที่พูดไม่ได้” ที่ชาวกรมสามัญศึกษารู้จักกันดีถึงแนวคิดที่ได้ใช้สิ่งแวดล้อม และธรรมชาติเป็น ครู ท่านผู้อำนวยการได้กรุณาให้ข้อคิดบางประกรในเรื่องนี้ คือ ธรรมชาติเป็นนักสร้างที่ยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์ พระพุทธเจ้าก็ตรัสรู้ท่ามกลางธรรมชาติ/ต้นไม้ใบหญ้า มีชีวิตเป็นวัฏจักรเช่นเดียวกับมนุษย์ มีความร่วงโรยและตายไปเป็นเพื่อนร่วมโลกที่ให้คุณ จึงไม่ควรทำลาย/ครูที่พูดไม่ได้ น่าเชื่อถือกว่าครูที่พูดได้แต่ทำไม่ได้ การบริหาร โรงเรียนตามแนวคิดของท่านผู้อำนวยการ ทำให้โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย มี “ ครูที่พูดไม่ได้ ” ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เป็นตัวอย่างให้หน่วยงานต่างๆ ตื่นตัวและขอเยี่ยมชมอยู่เสมอ

       นับตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างผ่านพ้นประตูรั้วโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัยเข้าไป ทุกคนที่มาเยือนจะสังเกตเห็นความเขียวชอุ่มที่เริ่มต้นตั้งแต่แนวรั้วไปจนถึงตัวอาคารทุกหลัง ภาพพจน์ที่ใคร ๆ มักวาดไว้ว่าสิ่งที่จะต้องมองเห็นเป็นอันดับแรก คือ ตึกคอนกรีตแบบต่างๆ ของกรมสามัญศึกษานั้น ดูจะผิดไปสำหรับที่นี่ เพราะมันกลายเป็นสวนสมุนไพรที่จัดไว้ให้ดูโล่งสบายตา แต่มีความร่มรื่นจากเงาของแนวต้นแปลงล้างขวดที่ปลูกไว้อย่างเป็นระเบียบแบบธรรมชาติ หากไม่มีป้ายติดไว้ที่ซุ้มไม้ระแนงเล็กๆ นั้น อาจจะทำให้หลายคนคิดว่าโรงเรียนจำลองสวนสมเด็จฯ ที่ใดสักแห่งไว้ที่นี่ แนวกระถางต้นไม้อีกฝั่งหนึ่ง ตั้งเรียงรายตามถนนที่เลี้ยวไปทางซ้ายมือ เหมือนขบวนแถวต้อนรับแขกผู้มาเยือนราวกับว่าตันไม้เหล่านั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่แสดงความรู้สึกออกมาด้วยสีสันและความสดชื่น และเต็มใจที่จะเชื้อเชิญให้ทุกคนเดินล่วงเข้าไป
          สนามหญ้ากว้างใต้ต้นไม้ใหญ่ ๆ หลายต้นไม่มีร่องรอยของการถูกละเลย ประกอบกับสวนหย่อมเล็ก ๆ มีละอองน้ำพุพุ่งพ้นพุ่มไม้ออกมานั้นทำให้เห็นอาคาร 1 เพียงรำไร สวนประดิษฐ์หน้าอาคาร 3 ดูจะเป็นงานใหญ่ที่ต้องอาศัยความประณีตและความกล้าในการออกแบบ เห็นได้จากการตั้งบุคคลสำคัญของโลกทั้ง 10 ท่านไว้ตามมุมต่าง ๆ ภายในสวนนับเป็นการนำความแข็งของปูนปั้นมาสอดแทรกปะปนกับต้นไม้ ทำให้เกิดความรู้สึกคล้ายกับว่ารูปปั้นเหล่านั้นมีชีวิตไปด้วย ลึกเข้าไปอีกด้านหนึ่งหน้าอาคาร 3 เป็นสนามหญ้าเรียบโล่งตลอดไปจนชิดกำแพงมีน้ำตกไหลเซาะมาตามชั้นหินที่บรรจงเลียนแบบธรรมชาติได้อย่างไม่ขัดเขินเสียงน้ำตกดูจะทำให้ครูและนักเรียนบนอาคารเพลิดเพลินต่อการเรียนการสอนได้ นับเป็นการเอาธรรมชาติมาสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนได้อย่างแนบเนียน
          หญ้าทุกต้นในสนามหน้าเสาธงได้รับการดูแลให้เขียวชอุ่มตัดเรียบ ความที่ดูนุ่มและเขียวของสนามช่วยลดความร้อนของแดดยามเที่ยงได้เป็นอย่างดี ต้นไม้พุ่มที่ถูกตัดไว้เป็นรูปต่าง ๆ ได้รับการดูแลให้คงรูปร่างเดิมอยู่เสมอ ปลูกเรียงรายสลับกับพันธุ์ไม้แปลก ๆ ริมถนน มีแนวเข็มสีแดงที่ตัดไว้อย่างเรียบเป็นรั้วบอกให้รู้ว่านี่คืออาณาเขตของสนาม ฝั่งตรงข้ามถัดมาจากจากอาคาร 1 เป็นไม้ใหญ่ประเภทไม้มีค่าต่าง ๆ ดูคล้ายจำลองมาจากป่าโปร่ง อาคารศิลปะชั้นเดียวที่เชื่อมต่อกับห้องเรียนปกคลุมด้วยซุ้มเฟื่องฟ้าหลากสีลดหลั่นเป็นระเบียบ สวนเล็ก ๆ หน้าอาคารช่วยเพิ่มความสดชื่น หญ้ามาเลเซียสีเขียวใต้ร่มเงาซุ้มเฟื่องฟ้า ด้านหลังอาคารศิลปะเป็นทางเข้าห้องน้ำมีซุ้มประตูพันด้วยไม้เลื้อยบดบังไว้ หอประชุมถัดมาอยู่บนเนินดินที่จัดเป็นสวนไว้อย่างประณีตโดยรอบ อาคารชั่วคราว 3 หลังด้านหลังหอประชุมมีสวนหย่อมล้อมไว้ให้ดูไม่เป็นเล้าไก่อย่างที่เคยพบเห็น แต่กลับดึงดูดและท้าทายให้ต้องเดินเข้าไปพิสูจน์ให้หายสงสัยว่าไม่ใช่เรือนพักอย่างในวนอุทยานที่ใดสักแห่งแน่ ๆ
          ความรักและความละเอียดอ่อนที่มีต่อต้นไม้ สังเกตได้จากต้นไม้ใหญ่ ๆ ทุกต้นจะได้รับการตกแต่งประดับด้วยไม้ประดับเล็ก ๆ โดยรอบ สนามหญ้าที่มีอยู่ทั่วไปตามช่วงต่อของอาคารทุกหลัง หรือโดยรอบอาคารทุกหลังจะตัดไว้อย่างเป็นระเบียบ และไม่ปรากฏร่องรอยของทางเดินลัดสนามที่มักจะพบเห็นโดยทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ไม่มีป้ายปักไว้ว่า “ ห้ามเดินลัดสนาม “ อย่างที่สวนสาธารณะต่าง ๆ จำเป็นต้องแจ้งไว้ กระนั้นก็ยังมีคนฝ่าฝืน ภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของต้นไม้ที่มีต่อจิตใจของเด็ก ๆ กว่า 3,000 คน ในการช่วยซึมซับความแข็งกระด้าง ความรุนแรง ออกไปจากจิตใจให้กลายเป็นคนละเอียดอ่อน และรู้คุณค่าของต้นไม้ที่ให้ความสดชื่นและกำลังใจต่อกรเรียนการสอน จะเห็นได้จากโล่รางวัลนักเรียนดีเด่น จริยธรรมดีเด่น และอีกหลาย ๆ รางวัลที่ถือเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี
          เนื้อที่ 63 ไร่ ของโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย เป็นบริเวณที่กว้างขวางนับว่ายากต่อการดูแลทำนุบำรุง แต่กลับเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าทีสมบูรณ์ พร้อมที่จะเจริญเติบโต เป็นบทพิสูจน์ถึงความรักและความตั้งใจของผู้ดูแล ซึ่งหากการพยายามจัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการเรียนการสอนเช่นนี้มีขึ้นโดยทั่วไปในโรงเรียนต่าง ๆ แล้ว ทุกคนจะสดชื่นได้โดยไม่ต้องรอโครงการอีสานเขียว และไม่ต้องหวาดหวั่นกับเหตุการณ์มหาวิปโยคจากอุทกภัยเช่นภาคใต้ อันเป็นบทเรียนราคาแพงที่ไม่อาจลบเลือนไปจากความทรงจำของคนไทยทั้งชาติ

 

ที่มา  : *พวงชมพู "อีสานเขียวที่แก่นนคร" วารสาร สวนสวย โรงเรียนงาม ฉบับที่ 1 : 10-13 ; สิงหาคม 2532.